การทำพินัยกรรมนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปีในขณะที่ทำขึ้น และจะผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองถึงสามคน ซึ่งพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น(มาตรา 1516)
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553
การทำพินัยกรรม
การทำพินัยกรรมนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปีในขณะที่ทำขึ้น และจะผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองถึงสามคน ซึ่งพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น(มาตรา 1516)
บทความแบบพินัยกรรม
ตามมาตรา1660 พินัยกรรมนั้น จะทำเป็นเอกสารลับก็ได้ กล่าวคือ
1. ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม
2. ผู้ทำพินัยกรรมต้องผนึกพินัยกรรมนั้น แล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึกนั้น
3. ผู้ทำพินัยกรรมต้องทำพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อกรมการอำเภอ และพยานอีกอย่างน้อยสองคน และให้ถ้อยคำต่อบุคคลนั้นทั้งหมดเหล่านั้นว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทำพินัยกรรมมิได้เป็นผู้เขียนเองโดยตลอด ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องแจ้งนามและภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย
4. เมื่อกรมการอำเภอจดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรม และวัน เดือน ปี ที่นำพินัยกรรมมาแสดงไว้บนซองนั้นและประทับตราตำแหน่งแล้วให้กรมการอำเภอผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อบนซองนั้น
การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะได้ลงลายมือชื่อกำกับไว้
และไม่นานท่าน นฤดมจึงได้เสียชีวิตลงและได้ทำพินัยกรรมยกมรดกให้ลูกๆเท่าๆกัน
นางสาว จิราภรณ์ สืบวงค์ รปศ.501 เลขที่ 5
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553
การรับสินบน
จากการกระทำดังกล่าว นายจักรกับนางศรีมีความผิดตามมาตรา 144 เนื่องจากให้สินบนแก่เจ้าพนักงานในการที่จะทำให้บุตรของตนพ้นจากความผิดและไม่ต้องรับโทษจากกระทำในครั้งนี้ นายจักรกับนางศรีต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้เช่นกัน
ตามมาตรา 144 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่การกระทำ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553
การรับสินบน
ตามมาตรา149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่5ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่2,000บาทถึงสี่หมื่นบาทหรือประหารชีวิต
โดย นางสาว จิราภรณ์ สืบวงค์ รปศ.501 เลขที่ 5
วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553
ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
พระราชวงศ์ของไทย อันเป็นการหมิ่นพระเกียรติโดยประการที่น่าจะเกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เหตุเกิดที่จังหวัดเชียงรายและแขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำเลยให้การรับสารภาพ พร้อมยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาล ขณะที่อัยการโจทก์และทนายความจำเลย แถลงไม่ติดใจนำสืบพยาน
ศาลพิเคราะห์เห็นแล้วว่า จำเลยกระทำผิดจริงให้จำคุก 6 ปี แต่จำเลยรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ สมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 3 ปี แต่พฤติการณ์ของจำเลยเป็นผู้แต่งและประพันธ์หนังสือซึ่งมีข้อความหมิ่นประมาท และดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และรัชทายาทที่มีการนำไปเผยแพร่จนทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติอันเป็นพฤติการณ์ที่มีความผิดร้ายแรงจึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ
การสิ้นสุดแห่งการสมรส
นายชาติชายกับนางสมศรี 2สามีภรรยาได้สมรสและอยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลา 10 ปี ทั้งสองต่างก็ทำงานด้วยกันทั้งคู่ นายชาติชายทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนนางสมศรีได้ทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่โรงแรมดังในตัวเมืองสงขลา ถึงเวลาทำงานเขา 2 คนก็ต่างไปทำงานกันและก็ไม่ได้กลับบ้านพร้อม ทุกๆวันนางสมศรีจะกลับมาบ้านก่อนและจะทำอาหารให้กับสามีของตนทานทุกวัน ทุกๆวันนายชาติชายจะกลับมาถึงบ้านประมาณ 6โมงเย็น แต่อยู่มาวันหนึ่งนายชาติชายได้กลับบ้านช้า นางสมศรีก็เลยโทรศัพท์ไปหาสามีของตนว่าทำไมยังไม่กลับบ้านล่ะ นายชาติชายก็ตอบว่ากำลังประชุมอยู่ นางสมศรีจึงบอกกับชาติชายว่า..งั้นจะรอทานข้าวด้วยกันน่ะ เมื่อชาติชายกลับถึงนางสมศรีก็ได้นั่งรอเมื่อสามีตนไปถึง เขา 2 คนก็นั่งรับประทานอาหารอย่างมีความสุข นางสมศรีคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกสงสัยงานคงจะเยอะน่ะ... หลังจากนั้นนายชาติชายก็ได้กับเพื่อนก็ชวนกันไปเที่ยวคาเฟ่แห่งหนึ่งเพื่อที่จะไปหาความบันเทิงและความสนุกสนาน คลายเหนื่อยและแก้เครียด เมื่อเขากับเพื่อนไปเที่ยวหลังจากครั้งนั้น..เขากับเพื่อนก็ติดใจและชอบก็เลยไปบ่อยครั้ง......เมื่อเวลาผ่านไปได้สักประมาณ 3-4 ปี มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรมาหาสามีของตนบ่อยครั้งและเมื่อวางสายนายชาติชายก็จะออกไปข้างนอกทุกครั้ง นางสมศรีก็คิดว่าลูกค้าคงจะนัดคุยงานมั่ง..ไม่มีอะไรหรอกด้วยความที่สมศรีเชื่อใจสามีก็ไม่ได้เข้าไปเก้าก่ายอะไรกับเรื่องส่วนตัวของแฟน จนกระทั่งมีคนมาบอกสมศรีว่า แฟนเธอน่ะไปติดเด็กที่คาเฟ่และได้ร่วมประเวณีกับผู้อื่นมาจนเป็นอาจิณ สมศรีก้บอกกับคนข้างบ้านว่า เธอดูผิดคนหรือเปล่า คนข้างบ้านก็บอกว่า...ไม่ผิดหรอก ไม่เชื่อเดี๋ยวจะพาไปดู เมื่อไปถึงคาเฟ่เขาก็ได้เห็นนายชาติชายกับนัวเนียอยู่กับสาวในร้าน ตนโมโหเลยเขาไปต่อว่าสามีของตนว่าทำพฤติกรรมแบบนี้มานานหรือยังแล้วได้ร่วมประเพณีกับสาวคนนี้ด้วยใช่มั้ย เงินทองที่ว่าไม่เหลือก็เอาไปให้สาวคนนี้ใช่เหลือเปล่า...ชาติชายบอกว่าใช่ ทำไมล่ะ ก็คนมันเหนื่อยจะออกไปเที่ยวหาความสุขบ้างไม่ได้เหรอ นางสมศรีรับกับการกระทำของชาติชายไม่ได้ก็เลยบอกกับชาติชายว่า....ถ้าเป็นอย่างนี้ฉันขอหย่ากับคุณน่ะ จากกระทำของนายชาติชายถือว่า เป็นการกระทำที่ผิด นางสมศรีมีสิทิ์ฟ้องหย่าได้หรือไม่
ฟ้องหย่าได้ เนื่องจากการที่นายชาติชายซึ่งเป็นสามีของนางสมศรีได้กระทำพฤติกรรมที่ไม่ดีและคอยอุปการะเลี้ยงดูผู้อื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนและได้ร่วมประเวณีกับบุคคลดังกล่าวเป็นอาจิณตามบทบัญญัติมาตรา 1516(1)
มาตรา 1516 บัญญัติไว้ว่า
*(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามีเป้นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553
การดูหมิ่นเจ้าพนักงาน
นางสาว จิราภรณ์ สืบวงค์ รปศ.501 เลขที่ 5
บทความการหมั่น
ตามมาตรา1436 ผู้เยาว์จะกระทำการหมั่นได้ต้องได้รับการยินยอมของบุคคลดังต่อไปนี้
1. บิดามารดาในกรณีที่มีทั้งบิดามารดาต้องได้รับการยินยอมจากบิดามารดาก่อน
2. บิดาหรือมารดาในกรณีที่บิดาหรือมารดาตายหรือถูกถอนอำนาจปกครองหรือไม่อยู่ในสภาพหรือฐานะที่อาจให้ความยินยอมหรือโดยพฤติการณ์ผู้เยาว์ไม่อาจขอความยินยอมจากมารดาหรือบิดาได้
3. ผู้รับบุตรบุญธรรม ในกรณีที่ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม
4. ผู้ปกครองในกรณีที่ไม่มีบุคคลซึ่งอาจให้ความยินยอม
การหมั่นที่ไม่ได้รับการยินยอมถือเป็นโมฆะ
นางสาว จิราภรณ์ สืบวงค์ รปศ.501เลขที่5