วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

การทำพินัยกรรม

นายสมสักดิ์และนางสมใจสองสามีภรรยาแต่งงานกันมานานและทั้งสองคนได้มีบุตรอยู่2คน สมศักดิ์และสมใจต้องใจสอนและอบรมบุตรของตนให้เป็นคนดี ซื่อสวัตย์ สุจริต เชื่อฟังและเคารพผู้ที่อาวุโส ไม่มั่วสุมการพนันและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด สมศักดิ์และสมใจต้องทำงานหนักเพื่อให้บุตรทั้งสองมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย สมศักดิ์และสมใจได้ทำธุรกิจเป็นของตนเองนั่นคือ เปิดร้านอาหารและร้านขายเสื้อผ้า เครื่องสำอางและมีลูกน้องที่รักและซื่อสัตย์อยู่ เขาทั้งสองสามีภรรยาเชื่อใจลูกน้องก็เลยให้ดูแลกิจการในยามที่เขาดูแลบุตรในตอนแรกเกิดและเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ2-3ปีเมื่อบุตรเริ่มโตเขาก้ต้องมาดูแลธุรกิจมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้ดูแลธุรกิจของตนสักเท่าไหร่ เขาทั้งสองสามีภรรยาดูแลธุรกิจทำให้ธุรกิจมีความก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง มีเงินทองมากมาย และนายสมศักดิ์และนางสมใจก็คอยดูแลลูกน้องของเขาเป็นอย่างดีเช่นกัน ด้วยความรักและชอบช่วยเหลือผู้อื่นในยามลำบากทำให้เรามีบุตรที่เป็นคนดี รู้ผิดชอบชั่ดี เคารพและเชื่อฟังผู้ที่อาวุโสกว่า เมื่อบุตรเขาทั้งสองคนเรียนจบก้มาดูแลธุรกิจของบิดามารดาทำให้ธุรกิจทั้งหมดที่มีอยู่ประสบความสำเร็จจนต้องเปิดสาขาเพิ่มขึ้น เมื่อสมศักดิ์และสมใจเริ่มชราลงเขาก็ได้ทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินและธุรกิจต่างๆไว้ให้กับลูกทั้งสองโดยที่บุตรของเขาไม่ได้รู้เลยว่า เขาทั้งสองจะได้มรดกเป็นอะไร มีอะไรบ้าง บุตรเขาทั้งสองคอยดูแลบิดามารดาเป็นอย่างดี และอยากมอบทรัพย์ต่างๆที่มีไว้ให้กับลูกทั้งสองคน
การทำพินัยกรรมนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปีในขณะที่ทำขึ้น และจะผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองถึงสามคน ซึ่งพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น(มาตรา 1516)


นาสาวศศิประภา ภิรมย์พันธ์
รปศ. 501 เลขที่ 37

1 ความคิดเห็น: