วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

การสิ้นสุดแห่งการสมรส

นายชาติชายกับนางสมศรี 2สามีภรรยาได้สมรสและอยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลา 10 ปี ทั้งสองต่างก็ทำงานด้วยกันทั้งคู่ นายชาติชายทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนนางสมศรีได้ทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่โรงแรมดังในตัวเมืองสงขลา ถึงเวลาทำงานเขา 2 คนก็ต่างไปทำงานกันและก็ไม่ได้กลับบ้านพร้อม ทุกๆวันนางสมศรีจะกลับมาบ้านก่อนและจะทำอาหารให้กับสามีของตนทานทุกวัน ทุกๆวันนายชาติชายจะกลับมาถึงบ้านประมาณ 6โมงเย็น แต่อยู่มาวันหนึ่งนายชาติชายได้กลับบ้านช้า นางสมศรีก็เลยโทรศัพท์ไปหาสามีของตนว่าทำไมยังไม่กลับบ้านล่ะ นายชาติชายก็ตอบว่ากำลังประชุมอยู่ นางสมศรีจึงบอกกับชาติชายว่า..งั้นจะรอทานข้าวด้วยกันน่ะ เมื่อชาติชายกลับถึงนางสมศรีก็ได้นั่งรอเมื่อสามีตนไปถึง เขา 2 คนก็นั่งรับประทานอาหารอย่างมีความสุข นางสมศรีคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกสงสัยงานคงจะเยอะน่ะ... หลังจากนั้นนายชาติชายก็ได้กับเพื่อนก็ชวนกันไปเที่ยวคาเฟ่แห่งหนึ่งเพื่อที่จะไปหาความบันเทิงและความสนุกสนาน คลายเหนื่อยและแก้เครียด เมื่อเขากับเพื่อนไปเที่ยวหลังจากครั้งนั้น..เขากับเพื่อนก็ติดใจและชอบก็เลยไปบ่อยครั้ง......เมื่อเวลาผ่านไปได้สักประมาณ 3-4 ปี มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรมาหาสามีของตนบ่อยครั้งและเมื่อวางสายนายชาติชายก็จะออกไปข้างนอกทุกครั้ง นางสมศรีก็คิดว่าลูกค้าคงจะนัดคุยงานมั่ง..ไม่มีอะไรหรอกด้วยความที่สมศรีเชื่อใจสามีก็ไม่ได้เข้าไปเก้าก่ายอะไรกับเรื่องส่วนตัวของแฟน จนกระทั่งมีคนมาบอกสมศรีว่า แฟนเธอน่ะไปติดเด็กที่คาเฟ่และได้ร่วมประเวณีกับผู้อื่นมาจนเป็นอาจิณ สมศรีก้บอกกับคนข้างบ้านว่า เธอดูผิดคนหรือเปล่า คนข้างบ้านก็บอกว่า...ไม่ผิดหรอก ไม่เชื่อเดี๋ยวจะพาไปดู เมื่อไปถึงคาเฟ่เขาก็ได้เห็นนายชาติชายกับนัวเนียอยู่กับสาวในร้าน ตนโมโหเลยเขาไปต่อว่าสามีของตนว่าทำพฤติกรรมแบบนี้มานานหรือยังแล้วได้ร่วมประเพณีกับสาวคนนี้ด้วยใช่มั้ย เงินทองที่ว่าไม่เหลือก็เอาไปให้สาวคนนี้ใช่เหลือเปล่า...ชาติชายบอกว่าใช่ ทำไมล่ะ ก็คนมันเหนื่อยจะออกไปเที่ยวหาความสุขบ้างไม่ได้เหรอ นางสมศรีรับกับการกระทำของชาติชายไม่ได้ก็เลยบอกกับชาติชายว่า....ถ้าเป็นอย่างนี้ฉันขอหย่ากับคุณน่ะ จากกระทำของนายชาติชายถือว่า เป็นการกระทำที่ผิด นางสมศรีมีสิทิ์ฟ้องหย่าได้หรือไม่

ฟ้องหย่าได้ เนื่องจากการที่นายชาติชายซึ่งเป็นสามีของนางสมศรีได้กระทำพฤติกรรมที่ไม่ดีและคอยอุปการะเลี้ยงดูผู้อื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนและได้ร่วมประเวณีกับบุคคลดังกล่าวเป็นอาจิณตามบทบัญญัติมาตรา 1516(1)

มาตรา 1516 บัญญัติไว้ว่า

*(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามีเป้นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้




นางสาวศศิประภา ภิรมย์พันธ์
รปศ. 501 เลขที่ 37

1 ความคิดเห็น: